ในปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ถือว่ามีความรุนแรงมาก (Mass coral bleaching) จากข้อมูล 235 สถานี รวม 152 เกาะและพื้นที่ชายฝั่ง ครอบคลุม 16 จังหวัด พบว่าฝั่งอ่าวไทยเกิดปะการังฟอกขาวก่อนฝั่งทะเลอันดามันและมีระดับความรุนแรงมากกว่า ซึ่งสอดคล้องกับลักษณะการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิน้ำทะเล อย่างไรก็ตามพบแนวปะการังในบางพื้นที่ที่ไม่พบปะการังฟอกขาว (ปะการังบางส่วนอาจมีสีจาง หรือ ฟอกขาวน้อยกว่า 1%)
สรุปสถานการณ์ปะการังฟอกขาวในประเทศไทย พ.ศ. 2567 สำหรับฝั่งทะเลอันดามันและอ่าวไทย ได้ดังนี้
- ฝั่งทะเลอันดามัน อุณหภูมิน้ำทะเลโดยเฉลี่ยในช่วงต้นปี พ.ศ. 2567 (มกราคม – เมษายน) ใกล้เคียงกับ ปี พ.ศ. 2566 เริ่มมีรายงานการเกิดปะการังฟอกขาวที่ชัดเจนช่วงต้นเดือนพฤษภาคม และฟอกขาว สูงที่สุดคือเดือนมิถุนายนอยู่ที่ 90% มีอัตราการตายจากฟอกขาวประมาณ 20 – 30% และฟอกขาวสูงที่สุดคือเดือนมิถุนายนอยู่ที่ประมาณ 55% มีอัตราการฟื้นตัวประมาณ 60 – 70% มีอัตราการตายจากฟอกขาวประมาณ 30 – 40%
สถานการณ์ปะการังฟอกขาวภาพรวมทั้งประเทศ ระหว่างเดือนพฤษภาคม – มิถุนายน พ.ศ. 2567 (ช่วงที่เกิดปะการังฟอกขาวสูงสุด)
- ฝั่งอ่าวไทย อุณหภูมิน้ำทะเลโดยเฉลี่ยในช่วงต้นปี พ.ศ. 2567 (มกราคม – เมษายน) มีอุณหภูมิเฉลี่ยรายวันสูงกว่าปี พ.ศ. 2566 ประมาณ 1 – 2 องศาเซลเซียส (มกราคม – มีนาคม) สูงกว่าปีที่เกิดปะการังฟอกขาวในอดีต รวมถึงสูงกว่าปี พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นเป็นปีที่เกิดปะการังฟอกขาวครั้งรุนแรงที่สุดในประเทศไทย ส่งผลให้เกิดปะการังฟอกขาวในระดับรุนแรง ในพื้นที่แนวปะการังส่วนใหญ่ เริ่มมีรายงานการเกิดปะการังฟอกขาวในช่วงกลางเดือนเมษายน จุดสูงสุดของการฟอกขาวคือเดือนพฤษภาคม โดยพบแนวปะการังเกิดการฟอกขาวประมาณ 90% มีอัตราการฟื้นตัวประมาณ 40 – 60% มีอัตราการตายจากฟอกขาวประมาณ 30 – 50% ระดับการฟื้นตัวของปะการังต่ำว่าฝั่งทะเลอันดามันอาจเป็นเพราะว่าระดับการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่มากกว่า ทำให้ปะการังเสียหายและฟื้นตัวได้ต่ำ
การติดตามการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิน้ำทะเลควบคู่ไปกับลงพื้นที่เก็บข้อมูลสถานการณ์ปะการังฟอกขาว
ในแต่ละพื้นที่บริเวณฝั่งอ่าวไทย
สรุปการฟอกขาวและอัตราการตายของปะการังหลังการฟอกขาวในปี พ.ศ. 2567